สินพร's profile~('-'~),,<•>* || PrOxSin...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
10/28/2007 อย่าให้ความรักทำให้ตาบอด..มีเกมส์ๆ หนึ่งที่ผมเคยทดสอบกับตัวเองมา พอได้เล่นแล้วรู้สึกประทับใจมาก.. "มันคือเกมส์ที่เกี่ยวกับความรัก" ให้เราเดินบนขอนไม้ไปจนถึงฝั่ง โดยต้องหลับตาเดินไป ..ทุกคนจึงพยายามที่จะเดินข้ามไปให้ถึงฝั่ง
เดินข้ามอยู่หลายๆรอบ แต่ก็ตกลงมาทุกที จนมีคนๆหนึ่งเดินไปถึงฝั่ง และไม่ตกลงมาเลย..
ทุกคนๆ จึงถามคนนั้นว่า เดินยังไงหล่ะถึงจะไม่ตกลงมา
พอคนนั้นตอบ ทุกคนก็เงียบไปเลย ..ทุกคนลองคิดดู เพื่อความรักทุกคนยอมหลับตา
และยอมปฏิเสธสิ่งต่างๆ เพื่อทุกคนจะผ่านมันไป อย่าปล่อยให้ความรักทำให้เราตาบอด เพราะเราจะรู้ว่าเราตกลงมาท่าไหนเจ็บน้อยที่สุด..
เฝ้ารอ...ทุกวันที่ผ่านไป 10/21/2007 รักแท้คือหนึ่งเดียวในความเป็นเพื่อน . . . ไม่ต้องการความใส่ใจมากนัก
แต่ในการเป็นคนรัก . . . ความใส่ใจ ดูแล คือสิ่งที่สำคัญ หากละเลยไปบ้าง . . . ก็คงไม่เป็นไร ตราบใดที่ไม่ได้ละเลย . . . เพราะมี "สิ่งอื่น" ที่น่าสนใจกว่า ค่าของความรู้สึก . . . อาจวัดไม่ได้
แต่ค่าของหัวใจ . . . วัดได้จากความรักที่มีให้กัน ความรัก . . . แยกส่วนผสมไม่ได้ เพราะถ้าแยกออกแล้ว . . . มันจะไม่ใช่รักที่สมบูรณ์ หากรักแท้ . . . มีได้แค่เพียงครั้งเดียว
ฉันก็คง . . . ไม่มีรักแท้แน่ๆ เพราะสำหรับฉัน . . . รักแท้มีได้หลายครั้ง แต่ . . . ในแต่ละครั้งมันจะเกิดขึ้นกับคนๆ เดียวไม่ใช่กับทุกคน " [1]คน[1]หัวใจ[1]ความรัก..เเต่[1]เดียวที่รู้จัก..คือ[1]รัก[1]คน[1]หัวใจ "
ฉลองผู้เข้าชม 15,000 คน
Bleach มันจะชนะกันไหมเนี่ย - -a ปล. ช่วงนี้เหนื่อยมั๊กๆ แต่ก็จามาอัพเรื่อยๆน๊ะ 10/18/2007 ผ่าตัดด่วนอีกครั้ง !! ตั้งแต่พักฟื้นอยู่ที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เช้าวันที่ 10 ต.ค. คุณพ่อเริ่มมีอาการขาไม่มีแรง ยืนไม่ได้และเดินย่ำอยู่กับที่ ผมต้องคอยปะคองตลอดเวลาที่ท่านเดิน
วันที่ 13 ต.ค. อาการคุณพ่อเริ่มไม่ดีขึ้น ลิ้นของท่านเริ่มแข็ง เวลาท่านพูดเหมือนคนพูดไม่ค่อยชัด
วันที่ 15 ต.ค. จึงเริ่มทำกายภาพบำบัด
วันที่ 17 ต.ค. นัดตรวจเกี่ยวกับประสาทที่โรงพยาบาล ศิริราช พอบอกอาการให้คุณหมอๆก็สงสัยจึงให้ไปเอ๊กซเรสมอง หลังจากนั้นคุณหมอบอกพบว่าสมองมีเลือดจางๆค้างอยู่ที่สมองซีกขวาทำให้กดทับเส้นประสาทและสมองอาจจะบวม จึงทำให้ผู้ป่วยอ่อนแรงลง จึงต้องเจาะเอาเลือดออกจากสมองซีกขวาออก พอผมฟังเท่านั้นแหละผมแทบจะเป็นลมล้มพับ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ เพราะคุณพ่ออยู่ข้างๆ ผมได้แต่บอกคุณพ่อว่า "ผ่าครั้งนี้ไม่หนักเหมือนทุกครั้ง และคงเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้าย ยังไงพ่อก็ต้องหาย พ่ออย่าคิดมากนะ" ผมกะคุณแม่ตอนนั้นเครียดมากปรึกษากันอยู่ 2 คน ผมเลยตัดสินใจเข้าไปคุยกะคุณหมอถามคุณหมอทุกอย่างว่าการผ่าครั้งนี้อันตรายมากน้อยแค่ไหน คุณหมอบอกว่า "ที่จริงจะไม่ผ่าก็ได้เพราะเลือดมันแค่ซึมออกมาบางๆ และสมองข้างซ้ายไม่มีเลือดแล้วก็คือหายขาดไปข้างนึงแล้ว เหลือข้างขวาที่ยังมีอยู่นิดหน่อย เพราะคุณพ่อต้องทานยาลิ่มเลือดช่วยในการไหลเวียนของเลือดไปสู่หัวใจ แต่อาการของคุณพ่ออ่อนแรง เพราะสมองท่านปวมและเลือดไปกดเส้นประสาท หมอจึงกลัวว่าถ้ามันไหลออกมาอีกจะเป็นอันตราย จึงต้องผ่าตัดไว้ก่อน และถ้าหลังผ่าเสร็จคุณพ่อจะได้กลับมาปกติเหมือนเดิม" หลังจากที่ผมฟังที่คุณหมดพูดผมก็ไปบอกคุณแม่ ผมกะแม่ก็รู้สึกโล่งใจ แต่ผมก็สงสารพ่อที่ต้องมาเจ็บอีกครั้ง คุณพ่อมีกำลังใจมากไม่กลัวการผ่าตัดเลยเพราะท่านเชื่อใจและฝีมือของหมอ แถมยังมีแม่กับผมคอยดูแลและให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา พยาบาลก็เอาใจใส่และชอบคุณพ่อมาก เพราะท่านเป็นคนพูดเก่ง และยังให้ข้าวพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ผมทานด้วย(พยาบาลน่าร๊ากก จริงๆ) หลังจากนี้คุณพ่อต้องนอนพักเพื่อรอการผ่าตัด ต้องงดอาหารและน้ำ ให้แต่น้ำเกลือ พอผมกลับมาบ้านก็ได้แต่สวดมนต์ๆ นอนไม่ค่อยหลับทะไหร่ >_<'
วันที่ 18 ต.ค. รอเช๊คเลือดให้คงที่เพื่อรอการผ่าตัด ต้องจเเลอดเพื่อนำไปเช๊ค เนื่อจากยาหัวใจทำให้เลือดไหลเวียนเร็ว จึงต้องใช้ตัวยาทำให้ไหลเวียนช้าลง 20.00 น. ผลตรวจเลือดออกมาใกล้เข้าที่แล้ว จึงเตรียมการผ่าตัดตอนเช้าวันที่ 19
วันที่ 19 ต.ค. เวลา 11.30 น. เข้ารับการผ่าตัดเจาะเอาเลือดที่ซึมในสมองออก 16.00 น. นำตัวคุณพ่อออกจากห้อง ICU การผ่าตัดเรียบร้อยดี เข้าสู่สภาวะปลอดภัย แต่คุณพ่อหิวมากเนื่องจากท่านไม่ได้ทานอะไรมา 2-3 วันแล้ว แต่ก็ให้น้ำเกลือตลอด เห้อ~ อดสงสารท่านไม่ได้ ผมก็ได้แต่บอกว่าให้อดทนไว้ก่อน พรุ้งนี้ก็ทานอาหารได้ตามปกติแล้ว ตอนนี้คุณพ่อก็นอนพักยาวให้หายปวดหายหิว
วันที่ 20 และ 21 ตุลาคม อาการอาการคุณพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าคงไม่มีเลือดออกทางสมองอีก(สาธุ..) ตอนนี้คุณพ่อต้องอยู่ใกล้หมอเพื่อดูอาการทางสมอง รอคุณหมออนุญาติลุกนั่งได้ก็คงทานอาหารอร่อยๆได้แระ เพราะตอนนี้คุณหมอให้ทานแต่ข้าวต้ม -..-"
วันที่ 23 คุณพ่อลุกนั่งได้ ทานอาหารเองได้ ปกขึ้น แต่ยังไม่ให้เดิน ให้พักผ่อนมากๆ
วันที่ 26 คุณหมอให้กลับบ้านได้เลยนำคุณพ่อกลับมาพักที่บ้าน 3 วัน แล้วไปกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า ในวันที่ 29 ตุลาคม และรอเช๊คสมองตามนัดคุณหมอที่โรงพยาบาลศิริราช
วันที่ 9 ไปเช๊คสมองปกติดีไม่มีเลือดออกแล้ว แต่คุณพ่อดันเป็นบอดบวม ปอดติดเชื้อเลยต้องรักษายาวเลย
ปัจจุบันนี้รักษาปอดหายดีแล้วคับรอออกจากโรงพยาบาล ก็กลับมาบ้านสบายแล้ว โล่งออกหมดเคราะห์ซะทีนะพ่อ~
ขอให้ความเจ็บผ่านพ้นไปเร็วๆ ขอให้คุณพ่อหายไวๆ และขอให้การผ่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย สาธุ...
ปะป้า สู้ สู้~ " ผมรักพ่อคร้าบบบบบ " |
|
|