สินพร's profile~('-'~),,<•>* || PrOxSin...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    3/30/2007

    รักเพื่อรัก..มิใช่ครอบครอง

     
    การรักใครซักคนนึง..ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องได้รักกลับคืนมา
     
    ความรักจะสมบูรณ์ได้เมื่อทั้งสองฝ่าย..มอบความผูกพันห่วงใยให้แก่กัน
     
    คนเราควรเลือกรักเพื่อที่จะรัก..ไม่ใช่รักเพื่อที่จะครอบครองเค้า
     
    ได้แอบดูแล แอบห่วงใยเค้าอยู่ห่างๆ..เพราะบอกเค้าไม่ได้ว่าเรารู้สึกยังไง
     
    แต่การแอบรักใครซักคนนึง..มันก็ดีไปอีกแบบ
     
    มันไม่ต้องบอกคำว่า " รัก " ไม่ต้องคอยระแวง..ไม่ต้องคอยโทรหาทุกวัน
     
    และที่สำคัญ จะไม่มีคำว่า..จากนี้ไปเราเป็นเพื่อนกันนะ หรือ เราจบกันนะ…
     
    "แอบชอบใครมันก็ไม่ผิด...แต่ไปแย่งความรักของใครมานี่แหละผิด"
     
    ฉลองผู้เข้าชม 10,000 ท่าน
     
     
    " รักแท้...อยู่หนใด"
    3/16/2007

    เพื่อนที่ดี

     เพื่อน ก - ฮ 
     
    ก - เก็บเราไว้ในใจ
    ข - เข้าใจเรา
    ค - คอยเป็นกำลังใจให้เรา
    ง - ง้อเราเมื่อรู้ตัวว่าเขาผิด
    จ - จับมือเราเมื่อต้องการกำลังใจ
    ฉ - เฉยกับความใจร้อนของเรา
    ช - ช่วยเหลือเรา
    ซ - ซื่อสัตย์กับเราญาติดีกับเราเสมอ
    ด - เดินเคียงข้างเรา
    ต - ติดตามข่าวคราวความเป็นไปของเรา
    ถ - ไถ่ถามทุกข์สุข
    ท - ทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป
    ธ - ธัมมะธัมโมกับเรา
    น - นับถือเราและน่ารักในสายตาของเรา
    บ - บอกความจริงแก่เรา
    ป - ปลอบใจเมื่อเราท้อ
    ผ - ผายมือต้อนรับเราเสมอ
    ฝ - ฝากความจริงใจไว้กับเรา
    พ - เพิ่มพลังให้แก่เรา
    ฟ - ฟังเราเสมอ
    ภ - ภูมิใจในตัวเรา
    ม - มอบสิ่งดีดีแก่เรา
    ย - ยกโทษให้กับข้อผิดพลาดของเรา
    ร - รักที่เราเป็นเรา
    ล - ละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของเรา
    ว - ไว้ใจเรา
    ศ - ศึกษานิสัยที่แท้จริงของเรา
    ส - สังเกตความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา
    ห - เห็นคุณค่าของเรา
    อ - อธิบายในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
    ฮ - เฮฮากับเราได้ทุกเวลา
    " ข้าน้อยมีเพื่อนเยอะแยะหลากหลายรูปแบบ และคอยให้กำลังใจข้าน้อยอยู่เสมอๆ "

    " แจกรอยยิ้ม "

    3/6/2007

    ระยะห่าง...กาลเวลา

    วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
    แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน
    เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
    บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่…

    บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนคุ้นเคย จากคนเคยคุ้นกลายมาเป็นคนรักกัน
    ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น
    แต่ในทางกลับกันระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตาจากคนเคยรัก คนเคยคุ้น
    กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป...
     
    แน่นอนว่าระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
    ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลาพอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก
    ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
    และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน...

    เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 และในความรู้สึกของคน 1 อาจจะเป็น 100
    ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
    เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ
    กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จักเราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง...
     
    กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป
    แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
    ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด
    เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี...
     
    กับบางคนเรากำลังเดินหนีบางคนกลับเดินตาม กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง
    ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน
    เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้าขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
    โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
     
    เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
    บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา
    ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
    ไม่เคยรับรู้ว่าระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน...
     
    แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
    ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ
    การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
    แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...
     
    บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม
    ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
    ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย
    ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์...

    เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
    ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
    เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
    ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง...
     
    เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไป เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
    เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
    เพราะบางทีมันก็ทรมาน
    มากกว่าการพยายามเดินเข้าใกล้หรือหนีห่าง ซะอีก...

    แล้วทุกๆ ท่านหล่ะ เคยนึกย้อนกลับมามองระยะห่างของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม
    เคยรู้สึกไหมว่าบางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
    เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้ว
    ทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกลกันบ้างไหม เคยคิดกันบ้างไหมว่า...
     
    ระหว่างคนพยายามเดินหนี
    คนที่พยายามเดินตาม
    และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม
    คนไหนจะเจ็บปวดไปกว่ากัน...
     
    " มันกลั่นกรองมาจากความรู้สึกผู้เขียนจริงๆ "
     
    ฉลองผู้เข้าชม 9000 คน
     
    " ปล่อยให้เวลาเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต "
    3/3/2007

    ข้างกาย

    ชายผู้หนึ่งถูกรถชนขณะกำลังข้ามถนนสลบไป 7 วันเต็มๆ เมื่อลืมตาตื่นขึ้น เขาเห็นภรรยาเขาอยู่ข้างๆ นั่นเอง เขากุมมือเธอไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
    "คุณอยู่ข้างกายผมเสมอเลยตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ผมสอบตกแล้วตกอีก ก็มีคุณอยู่เคียงข้างให้กำลังใจผมสู้ใหม่..."

    เธอบีบมือเขาแน่นขึ้น ขณะเขาพูดต่อ
    "เมื่อผมตระเวนสมัครงานตามบริษัทใหญ่ๆ แล้วก็ไม่เคยถูกเรียกตัว ก็ยังมีคุณอยู่ข้างกายคอยตัดโฆษณาสมัครงานให้ผม..."

    เขาพูดต่อ
    "กระทั่งผมได้เริ่มงานในบริษัทเล็กๆ จนได้รับผิดชอบงานใหญ่ชิ้นนึง แต่ที่สุดผมทำมันพังเพราะความเลินเล่อ คุณก็ยังอยู่เคียงคู่ผมตรงนั้น แม้เมื่อผมได้งานใหม่ หลังจากโดนไล่ออกมาพักใหญ่ๆ แต่ผมก็ไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่ง และความขยันผมไม่เคยมีใครเห็น ผมก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันนี้ ก็ยังมีคุณเคียงข้างผมตลอดมา..."

    น้ำตาเธอเอ่อเต็มนัยน์ตา ฟังสามีเธอพูดต่อ
    "แล้วตอนนี้ผมประสบอุบัติเหตุ ตื่นฟื้นขึ้นมา ก็มีคุณอยู่เคียงข้างผมตรงนี้...ที่รัก ผมมีบางอย่างที่อยากจะบอกคุณเหลือเกิน..."

    เธอโถมตัวลงบนเตียงกอดเขาไว้ สะอื้นฮักด้วยความตื้นตัน แล้วเขาก็พูด...
    ...
      ...
        ...
          ...
            ...
              ...
                ...
                  ...
                     "ผมคิดดูแล้ว...คุณมันตัวซวยจริงๆนะตั้งแต่เราได้พบกัน"

     
    "ชีวิตข้าน้อยจะทนกับความเจ็บช้ำไปได้อีกซักกี่น้ำน้อ...สู้ต่อไป"

    (คิม ซอฮยอน)